ปลูกเก้าอี้ขาย รายได้หลักล้าน

12.6.58

โดยคมชัดลึก 30 พฤษภาคม 2558

ปลูกเก้าอี้ขาย รายได้หลักล้าน
เวิลด์วาไรตี้ : ปลูกเก้าอี้ขาย รายได้หลักล้าน

                      ลึกเข้าไปยังชนบทของอังกฤษที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยฟาร์ม และ ต้นไม้ บ้านเรือนหลังเล็กๆ กลับมีสิ่งแปลกและแตกต่างไปจากบรรยากาศรอบข้าง เป็นกลุ่มต้นไม้ที่ถูกดัด ให้มีรูปทรงเป็นเก้าอี้หัวกลับบ้าง โต๊ะขนาดใหญ่บ้าง เรียงรายกันอยู่ในสวนของศิลปินชาวเมืองผู้ดีที่ใช้วิธี “ปลูก” เฟอร์นิเจอร์จากไม้ธรรมชาติ แทนการตัดต้นไม้แล้วมาประกอบเป็นชิ้นงานที่สวน หรือโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์มีชีวิตแห่งนี้มีการ “ปลูก” เก้าอี้นั่ง 150 ตัว กรอบโคมไฟ 100 ตัว และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ประเภทกรอบกระจก อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งถือเป็นการท้าทายการออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่แตกต่างไปจากการผลิตในแบบอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักร หรือแรงคนในการ ตัด ขัด กลึง ไส ไม้แล้วนำมาประกอบกันเป็นเครื่องเรือน

                      ฟาร์มแห่งนี้ดำเนินการภายใต้บริษัท “ฟูล โกรน” (Full Grown) ของนายเกวิน มันโร ศิลปินชาวอังกฤษที่คิดประดิษฐ์เฟอร์นิเจอร์ไม้จริงที่มีชีวิตขึ้นมา โดยไม่มีรอยต่อ เชื่อม ให้สะดุดสายตา

                      เจ้าของฟาร์มแห่งนี้ กล่าวว่า การปลูกเฟอร์นิเจอร์ก็เหมือนกับปลูกต้นองุ่นทำไวน์ เราต้องใช้เวลาสักหน่อยกว่าต้นไม้จะโตเข้าที่เข้าทาง งานนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของนายมันโร เพราะในโลกนี้ไม่มีต้นเก้าอี้ ที่เพาะเมล็ดแล้วจะได้เก้าอี้ขึ้นมาตัวหนึ่ง แต่เขาต้องใช้เวลาดัด และบำรุงต้นไม้ให้เติบโตแข็งแรงและเป็นรูปทรงที่ต้องการ

                      เฟอร์นิเตอร์ ตัวหนึ่งที่ผลิตขึ้นมาในฟาร์มแห่งนี้ต้องใช้เวลาราว 4-5 ปี ในการสร้างขึ้นมา ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วกับการรอคอยไม้โอ๊ค ต้นไม้ยอดนิยมราคาแพงของชาวเมืองผู้ดีที่จะนำมาทำเฟอร์นิเจอร์นั้น ต้องใช้เวลานานกว่าเท่าตัว หรือ ราว 9-10 ปีกว่าที่ต้นโอ๊คจะโตพอและมีเนื้อไม้ที่แข็งจนนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ได้

                      ศิลปินรายนี้เลือกต้นไม้ที่ใช้ปลูกเฟอร์นิเจอร์หลากหลายชนิด ตั้งแต่ต้น แอช (Ash) ต้น เฮเซล (Hazel) แครป แอปเปิล (Crab Apple) และต้นไซคามอร์ (Sycamore) ทุกต้นได้รับการดูแลตามหลักเกษตรอินทรีย์ ไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี หรือยาฆ่าแมลง แม้ว่าในช่วงแรกของการปลูกเฟอร์นิเจอร์ เมื่อปี 2548 นายมันโรจะหลงผิดคิดไปใช้ยาฆ่าหญ้าแบบสารเคมีอยู่พักหนึ่ง

                      มีการวางแผนไว้ว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตรุ่นแรกของฟาร์มปลูกเฟอร์นิเจอร์แห่งนี้ ในช่วงปลายปี 2559 แล้วนำไปบ่มท่ามกลางความหนาวเย็น แล้วนำมาตกแต่งรายละเอียด ก่อนที่จะส่งออกขายในปี 2560

                      ส่วนราคาของเฟอร์นิเจอร์ที่ปลูกขึ้นมาได้นี้ ก็ไม่ “ถูก” นัก เก้าอี้ตัวหนึ่งมีราคาจำหน่ายที่ 2,500 ปอนด์ (ประมาณ 125,000 บาท) ส่วนโคมไฟเริ่มต้นที่ 900 ปอนด์ (ประมาณ 45,000 บาท) หรือถ้าจะซื้อกรอบกระจกหกเหลี่ยมก็ต้องกำเงินถึง 450 ปอนด์ (ประมาณ 22,500 บาท) กันเลยทีเดียว

                      ทางฟาร์มได้เปิดให้ลูกค้าได้จับจองผลิตภัณฑ์กันแล้ว โดยส่งข่าวไปยังฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา แต่ก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าในลอนดอน ฮ่องกง เยอรมนี และสเปน ด้วยเช่นกัน

                      แต่ถ้าไม่มีเงินซื้อเฟอร์นิเจอร์ หรือจองไม่ทันที่ฟาร์มก็มีโรงเบียร์ และโรงผลิตอาหารรมควัน ให้ลูกค้าเข้าไปนั่งชมความงามและผลงานที่เหมือนความคิดผู้อื่นได้ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญราคาเบียร์ที่ฟาร์มแห่งนี้ ถูกกว่าราคาเฟอร์นิเจอร์ตั้งเยอะ
Read more ...

เจ้าของสวนเร่งเก็บมะนาวขาย สร้างรายได้ 25,000 บาทต่อวัน แนะปลูกในบ่อซีเมนต์บังคับออกลูก-รวยแน่!!

18.3.58


โดยข่าวสด เมื่อ 18 มี.ค.2558

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากราคามะนาวได้มีการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพบว่ามะนาวตามท้องตลาดมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ลูกละ 9-15 บาท เนื่องจากประสบกับปัญหาภัยแล้ง ทำให้ปริมาณผลมะนาวที่ออกสู่ท้องตลาดมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนและร้านอาหารในพื้นที่ต่างๆ

วันที่18มี.ค.นายสมพรโพธิ์ไข่ อายุ 62 ปี เจ้าของสวนมะนาว ในพื้นที่บ้านพะเนา ตำบลพะเนา อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้พาคนงานเร่งเก็บผลมะนาวที่ตนเองได้ปลูกไว้ภายในบ่อปูนซีเมนต์ จำนวนกว่า 600 ต้น ในพื้นที่ 6 ไร่ ที่ปลูกแบบบังคับให้มีการออกผลในช่วงนอกฤดูกาล เพื่อเตรียมส่งให้กับพ่อค้าคนกลางหลังมีออร์เดอร์สั่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในช่วงนี้สวนมะนาวส่วนใหญ่ประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตโตไม่ทันการเก็บเกี่ยว จึงส่งผลให้มะนาวขาดตลาดไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงทำให้มีราคาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายสมพรโพธิ์ไข่ เจ้าของสวนมะนาว เปิดเผยว่า สวนมะนาวของตน ปลูกมะนาวทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ประกอบด้วย แป้นลำพรรณ , แป้นพิจิตร และแป้นดกพิเศษ ซึ่งภายหลังจากในช่วง 1-2 เดือนนี้ ที่สวนมะนาวส่วนใหญ่ไม่สามารถออกผลผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของท้องตลาดได้ ตนจึงให้ต้นมะนาวที่ปลูกไว้ทั้งหมด มาออกผลผลิตในช่วงนี้ เนื่องจากในช่วงเดือนมีนาคมจนถึงเดือนเมษายน ราคามะนาวจะมีการปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมที่เคยจำหน่ายหน้าสวนในช่วงปกติ (หรือตามฤดู) ในราคาลูกละ 25 สตางค์ ก็ขึ้นเป็นลูกละ 4 บาท ส่งผลให้ในแต่ละวันตนมีออร์เดอร์สั่งมะนาวเข้ามาจากพ่อค้าคนกลางเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 500 กิโลกรม ทำให้ตนมีรายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 25,000 บาท ทั้งนี้หากเกษตรกรที่สนใจจะปลูกมะนาวนอกฤดูกาล สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 083-3867295
Read more ...

หนุ่มใหญ่สกลนครยึดหลักขยัน ไม่สนรับจ้าง ปลูกผักบุ้งขายรายได้งาม

12.3.58

โดยข่าวสด เมื่อ 12 มี.ค.2558

หนุ่มใหญ่สกลนคร เลิกอาชีพรับจ้างกว่า 3 ปี หันมาแบ่งที่นา ปลูกผักบุ้งขาย รายได้วันละ 700 บาท ออเดอร์ไม่อั้น เตรียมขายเพิ่ม ใช้หลักขยัน อดทน พอเพียง

วันที่ 12 มี.ค. ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า นายเสาร์หรือปลิว ลั่นจะ อายุ 47 ปี ชาว ต.ธาตุนาเวง อ.เมืองสกลนคร เปิดเผยว่า ก่อนที่จะมาปลูกผักบุ้งขายเคยทำงานเป็นลูกจ้างหลายแห่ง ตลอดจนเป็นช่างไม้ช่างปูน แต่รายได้ไม่พอรายจ่าย แม้ปัจจุบันค่าแรงจะสูงถึงวันละ 300 บาทก็ตาม

ดังนั้นตนกับ นางนวล ลั่นจะ ภรรยา จึงตัดสินใจ ทำนาและแบ่งพื้นที่หันมาปลูกผักบุ้งขาย เนื่องจากเมื่อ 3 ปีก่อน ตนเป็นช่างทำบ้านเห็นเพื่อนบ้านไปซื้อก๋วยเตี๋ยวมากินช่วงพักเที่ยงและบอกว่า ปกติก๋วยเตี๋ยวจะใส่ผักบุ้ง แต่วันนั้นร้านก๋วยเตี๋ยวใส่ให้นิดเดียวบอกว่าผักบุ้งแพงหาซื้อยาก

ตนจึงมีแนวคิดว่าจะลองปลูกผักบุ้งขาย ลองดูเพราะว่าเป็นผักปลูกง่ายๆ ไม่ต้องดูแลมาก จึงไปขอพันธุ์เพื่อนบ้านที่ปลูกไว้กินเองมาลองปลูก แต่พบว่ายอดไม่ใหญ่ และราคาไม่ดี เพราะว่าผักบุ้งไม่สวยราคาจึงตก จากนั้นจึงเข้าไปในตัวเมืองไปหาซื้อพันธุ์ผักบุ้งแก้ว มาปลูก และศึกษาจากการอ่านหนังสือ จากนั้นได้จัดปลูกในที่ดิน 2 ไร่ โดยระยะห่างประมาณ 3 เมตรต่อ 1 กอ และไม่ใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์เหมือนคนอื่นๆ แต่ได้ทดลอง หาเก็บยอดผักหรือหอยเชอรี่ที่ระบาดในนาข้าวมาผสมกับเศษผักนานาชนิด นำมาทำน้ำหมักในบ่อชีเมนต์ เมื่อได้แล้วก็นำไปสาดและรดผักบุ้งปรากฏว่า ภายใน 3 สัปดาห์หรือราว 20 วัน ผักบุ้งจะทอดยอดยาว ใหญ่อวบ สามารถตัดไปขายได้ทันที

นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บได้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น จะมีรายได้ประมาณวันละ 700-1,000 บาท โดยตลาดนำไปส่งให้กับร้านอาหาร เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว และภัตตาคาร ทำแบบนี้มากว่า 3 ปี จนในปัจจุบัน ไม่ไปรับจ้าง หันมาปลูกผักบุ้งขายอย่างเดียว




นายเสาร์ กล่าวอีกว่า ตนมีลูกชายคนเดียว และสามารถส่งเรียนสูงๆ โดยการทำนาและปลูกผักบุ้งส่งเรียน ทั้งนี้ ตนเรียนรู้จากหลักเศรษฐกิจพอเพียง และในอนาคตเตรียมที่จะขยายพื้นที่ปลูกผักบุ้ง อีกเพื่อให้เพียงพอกับผู้ที่สั่งเข้ามา หลักของตนในการทำการเกษตรนั้นคือ ต้องขยัน เรียนรู้เรื่องธรรมชาติที่เอื้อกัน อย่าเอาสารเคมีมาใช้ น้ำดี ผักดี อาหารก็ดีไปด้วย ที่สำคัญยึดหลักพอเพียง ประหยัด ขยัน อดทน เท่านี้ก็ไม่เดือดร้อน ปีหนึ่งตนมีรายได้กว่าแสนบาท ปลูกผักบุ้งง่าย และไม่ยุ่งยากต้องมีเทคนิคใครสนใจ โทร.085-6085639 ยินดีสอนให้ฟรี
Read more ...

ชาวนาแห่ปลูกต้นหอมขาย สร้างเงินเป็นกอบเป็นกำ 2 เดือน รายได้กว่า 3 แสนบาท!!

3.3.58

โดยข่าวสด เมื่อ 1 มี.ค.2558

วันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่ขยายวงกว้างถึง 14 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้เกษตรกรที่เคยปลูกข้าวนาปรัง ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ ต.พลกรัง และ ต.พุดซา อ.เมือง จ.นครราชสีมา พากันปรับพื้นที่ทุ่งนาเป็นแปลงผัก เพื่อทำการปลูกต้นหอมกันอย่างคึกคัก กินพื้นที่กว่า 3,000 ไร่

โดย

นายประสพ เกสันเทียะ อายุ 62 ปี เกษตรกรบ้านดอนพัฒนา หมู่ 16 ต.พุดซา อ.เมือง จ.นครราชสีมา 

เปิดเผยว่า ปกติแล้วช่วงนี้ ตนและเกษตรกรในบริเวณนี้จะปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากมีน้ำจากคลองธรรมชาติไหลผ่าน สามารถสูบน้ำมาใส่นาได้อย่างเพียงพอ แต่ช่วง 2 - 3 ปีมานี้ ได้ประสบปัญหาภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเกษตรกรบางรายเริ่มหาพืชใช้น้ำน้อยมาปลูกแทน ซึ่งพบว่าคนที่ปลูกต้นหอม ได้ผลผลิตดีกว่าคนที่ปลูกพืชชนิดอื่นๆ จึงทำให้ตนและเกษตรกรในพื้นที่ใกล้เคียง พากันปลูกต้นหอมแทน

โดยปีที่ผ่านมาตนปลูกต้นหอมทั้งหมด 5 ไร่ ลงทุนไปกว่า 1 แสนบาท เป็นค่ารถไถ ค่าคนปลูก ค่าน้ำมัน และค่าปุ๋ย ใช้ระยะเวลาเพียง 2 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้แล้ว ซึ่งเฉลี่ยได้ผลผลิตไร่ละ 3 ตัน รวมทั้งหมดประมาณ 15 ตัน โดยจะมีพ่อค้าคนกลางจากตลาด 4 มุมเมือง มารับซื้อถึงที่ ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท สร้างรายได้ให้กับครอบครัวกว่า 3 แสนบาท
Read more ...

ผลิตต้นไม้ขาย

16.12.57





เมื่อ 16 ธ.ค.2557

ถ้าผลิตต้นไม้ขายได้สวยแบบ อิเกีย

ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะจนกันครับ

เกษตรกรชาวไทย
Read more ...

การเสียบยอดกับต้นตอขนาดใหญ่

16.12.57





เมื่อ 16 ธ.ค.2557

การเสียบยอดกับต้นตอขนาดใหญ่ เพื่อเร่งการติดดอกของชาวสวนที่ตุรกี

เราสามารถนำมาปรับใช้กับต้นไม้ล้างรากที่จำเป็นต้องตัดยอดและส่วนปลายออกให้สะดวกในการขนส่ง เพื่อเป็นการเร่งการแตกยอดและเสริมยอดด้วย
Read more ...

ชาใบถั่วดาวอินคา

11.11.57
โดยข่าวเที่ยงเกษตร เมื่อ วันที่ 22 ส.ค. 2557 เวลา 11:28 น.

นี่ก็คือต้นถั่วดาวอินคา ซึ่งเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศเปรูกำลังเป็นที่สนใจในอุตสาหกรรมอาหาร และอาหารเสริม เพราะอุดมไปด้วยวิตามินอีและกรดโอเมก้า ที่มีประโยชน์ โดยเกษตรกรสมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านเจ็ดเนิน อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ได้ทดลองนำมาปลูก และได้ผลดี

ทางกลุ่มฯ  ได้ร่วมกันนำมาใบต้นถั่วดาวอินคา มาผลิตเป็นชาชงดื่ม เพื่อสร้างรายได้ โดยเลือกเก็บใบจากต้นอายุ 6 เดือนขึ้นไป

นำใบถั่วดาวอินคา มาล้างน้ำให้สะอาด 3-4 ครั้ง ผึ่งให้สะเด็ดน้ำ นำเข้าเครื่องอบจนใบแห้งสนิท โดยใบสด 7 กิโลกรัม อบแห้งแล้ว จะเหลือเพียง 1 กิโลกรัมเท่านั้น จากนั้นนำไปบด แล้วบรรจุลงซองชา ก่อนจะใส่บรรจุภัณฑ์แบบต่างๆ ส่งขาย

ทั้งนี้การผลิตชาจากใบถั่วดาวอินคา ทางกลุ่มฯจะรับซื้อจากสมาชิกในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อรักษาความสดใหม่อยู่เสมอ

ถั่วดาวอินคา เป็นพืชใหม่ในประเทศไทย ที่เหมาะปลูกเป็นพืชเสริม  แต่เกษตรกรที่สนใจต้องศึกษาการตลาดในท้องถิ่นให้ดีก่อน
                           
สนง.กษอ.เกาะจันทร์ : โทร.038-166-223
Read more ...

นวัตกรรมเพื่อการเพาะปลูกรางวัล 'บิล เกตส์'

1.11.57
โดยวอยซ์ทีวี เมื่อ 15 ม.ค.2557

นักประดิษฐ์ชาวบราซิล พัฒนาระบบเพาะเมล็ดพืชแนวใหม่ ที่ช่วยเพิ่มผลผลิต และเหมาะแก่การทำการเกษตรแบบยั่งยืน โดยนวัตกรรมดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ "บิล แอนด์ เมลินดา เกตส์" ท่ามกลางความหวังในการยกระดับการเพาะปลูกในประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก นวัตกรรมนี้มีความพิเศษอย่างไร

เมล็ดพันธุ์พืชจำนวนมาก ถูกนำมาเทกองรวมกันในห้องทดลองของผู้ประกอบการชาวบราซิล ก่อนนำไปดัดแปลง และปรับใช้กับระบบเพาะปลูกพืชแนวใหม่ ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นนวัตกรรมที่ปฏิวัติวงการเกษตร โดยเฉพาะการทำฟาร์มขนาดเล็กทั่วโลกในอนาคต

นวัตกรรมดังกล่าวมีระบบการทำงานเรียบง่าย เพียงแค่นำเมล็ดพันธุ์พืชที่เตรียมไว้ มาจัดวางเรียงกันบนเทปเซลลูโลส ในระยะห่างที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชแต่ละชนิด จากนั้น เกษตรกรสามารถนำเทปเซลลูโลสนี้ไปฝังกลบบนแปลงเพาะปลูกได้อย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรให้สิ้นเปลืองเงินทองแต่อย่างใด

นายมัทเธอุส มาร์ราฟอน นักปฐพีวิทยา และผู้ประกอบการวัย 29 ปี ซึ่งเป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมนี้ เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของนวัตกรรมดังกล่าว คือ การจัดวางระยะห่างของเมล็ดพันธุ์พืชที่เหมาะสม ทำให้พืชสามารถเจริญงอกงามได้อย่างเต็มที่หลังเติบโตออกมาเป็นต้นแล้ว

สิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นขึ้นนี้ มาจากแรงบันดาลใจในการช่วยมารดาทำฟาร์มขนาดเล็กของครอบครัว ซึ่งนอกจากจะลดปัญหาเรื่องการใช้เครื่องจักร และทำให้การเพาะเมล็ดมีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว แผ่นเซลลูโลสที่ใช้ยังมีคุณสมบัติในการเก็บกักน้ำ และความชื้น ทำให้เมล็ดพืชเติบโตได้ดี ทั้งยังช่วยป้องกันแมลงศัตรูพืชกัดกินเมล็ด และสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ถือเป็นหนึ่งในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนในอนาคต

นายมาร์ราฟอนระบุว่า นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้ จะทำให้อัตราความสำเร็จในการเพาะเมล็ดพันธุ์มีมากขึ้น และจะทำให้ผลผลิตของฟาร์มขนาดเล็ก และฟาร์มแบบครัวเรือนเพิ่มขึ้นได้มากถึงร้อยละ 50

นวัตกรรมนี้ได้รับการคัดเลือกจากมูลนิธิบิล แอนด์ เมลินดา เกตส์ เมื่อปลายปีที่แล้ว ให้ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 1 แสนดอลลาร์ หรือกว่า 3 ล้านบาท ท่ามกลางสิ่งประดิษฐ์อื่นๆที่ยื่นขอเงินทุนจากมูลนิธิทั้งหมด 2,700 ราย ขณะที่นายมาร์ราฟอน เปิดเผยว่า เขาจะใช้เงินที่ได้เพื่อนำนวัตกรรมของเขาไปปรับปรุง และทดลองใช้กับสถานที่จริงในทวีปแอฟริกา

ขณะเดียวกัน หากการทดลองนี้ประสบความสำเร็จ มูลนิธิบิล แอนด์ เมลินดา เกตส์ ซึ่งก่อตั้งโดยเศรษฐีใจบุญผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ยังมีแผนมอบเงินก้อนใหม่ให้เขา เพื่อนำไปใช้ปรับปรุง และพัฒนาดีไซน์ในขั้นตอนต่อไปอีกเป็นจำนวน 1 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 30 ล้านบาท
Read more ...

ชาวสวนกระบี่ชวนผลิต 'กาแฟขี้ชะมด' ราคากระฉูด

1.11.57
โดยไทยรัฐ เมื่อ 2 ก.ค.2557

เกษตรกรใน จ.กระบี่ หันมาผลิต "กาแฟขี้ชะมด" ลงทุนสร้างโรงเรือนเลี้ยงชะมด หรือตัว "มูสัง" แล้วให้กินเมล็ดกาแฟช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. เก็บเมล็ดที่ถ่ายออกมาขาย กก.ละ 2 พัน หรือถ้าสีแล้วคั่วบด ราคาจะสูงถึง 2 หมื่น ชี้อนาคตสดใสแน่

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.57 ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ 

นายพิศิษฐ์ เป็ดทอง อายุ 35 ปี เกษตรกรตำบลดินแดง อ.ลำทับ จ.กระบี่ 

ซึ่งบอกว่า ได้เลี้ยง

ตัวชะมด หรือภาษาใต้เรียกว่า มูสัง ไว้จำนวน 21 ตัว 

สร้างโรงเรือนไว้อย่างดี เพื่อให้ชะมดเหล่านี้กินกาแฟที่จะสุกในช่วงเดือน พ.ย.-ก.พ. หลังจากนั้นชะมดจะถ่ายเมล็ดกาแฟออกมาแล้วจึงนำไปตากแห้ง ก่อนที่จะส่งให้พ่อค้าใน

ราคา กก.ละ 2,000 บาท 

แต่ถ้า

ตากแห้งแล้วสีเอาเฉพาะเมล็ดจะขายได้ราคาสูงถึง 3-5 พันบาท 

และหาก

คั่วตามขั้นตอนก่อนบดละเอียดก็จะมีราคาสูงไปอีกถึง กก.ละ 2 หมื่นบาท 

โดยทางสมาคมผู้ปลูกกาแฟขี้ชะมดจะรับซื้อนำไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง

นายพิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า ในตำบลดินแดง อ.ลำทับ เป็นพื้นที่ปลูกกาแฟใหญ่สุดในจังหวัดกระบี่ โดยครอบครัวตนปลูกกาแฟเนื้อที่ 10 ไร่ แต่ระยะหลังกาแฟราคาถูกเหลือ กก.ละ 40 กว่าบาท ทำให้ไม่คุ้มกับการลงทุน ชาวบ้านจำนวนมากจึงได้โค่นต้นกาแฟแล้วหันมาปลูกยางและปาล์มแทน ส่งผลให้กาแฟเหลือน้อยลง ซึ่งตนเองก็โค่นไปจำนวนหนึ่ง แต่หลังจากที่ได้ศึกษาเรื่องของกาแฟขี้ชะมดเมื่อ 2 ปีก่อนกับเพื่อนที่ จ.ยะลา จึงได้ลองนำชะมดมาเลี้ยง

"ทีแรกก็ทำกรงเลี้ยงไว้บนดิน แล้วให้กินกาแฟ ปรากฏว่าผลที่ได้มีเมล็ดกาแฟที่ผ่านการถ่ายของตัวชะมดไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ถูกเหยียบย่ำจมดินหรือเมล็ดไม่สวย โดยได้แค่ 30 กิโลฯ เท่านั้น แต่ก็ได้ราคาดี กิโลกรัมละ 2 พันบาท 

ปีนี้จึงลงทุนสร้างโรงเรือนและไปดูงานการเลี้ยงชะมด แล้วนำมาปรับใช้กับกรงที่ทำขึ้น จากนั้นก็ได้รับซื้อชะมดตัวเป็นๆ จากเพื่อนบ้านมาเลี้ยงจนมีชะมดรวม 21 ตัว 

โดยปีนี้จะนำกาแฟให้ชะมดกินตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป" นายพิศิษฐ์กล่าวและว่า ราคาขายกาแฟขี้ชะมดนั้นถือว่าดีมาก และขณะนี้ทางนักธุรกิจในกระบี่ก็เริ่มสนใจ โดยเฉพาะในย่านท่องเที่ยว ที่มีการสั่งเข้าไปบ้างแล้ว เพื่อที่จะนำไปขายให้กับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ ซึ่งเชื่อว่าอนาคตในกระบี่ จะมีกาแฟชะมดขายเหมือนกับต่างประเทศ.
Read more ...

“หม่อน : มัลเบอร์รี่” มหัศจรรย์แห่งผลไม้

31.10.57
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 11 เมษายน 2556

เมื่อพูดถึงต้นหม่อนแล้ว หลายๆคนคงจะนึกถึง ใบหม่อน ซึ่งเป็นอาหารของหนอนไหม อันเป็นวัตถุดิบสำคัญที่นำไปทำเป็นผ้าไหมลาดลายงดงาม ส่วน “ผลหม่อน” จากต้นหม่อนนั้นก็ยังสามารถนำมากินได้ด้วย แต่ผลหม่อนที่ว่านี้จะได้จากต้นหม่อนคนละสายพันธุ์กับต้นหม่อนที่นำใบไปเป็นอาหารหนอนไหม

“ผลหม่อน” หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “มัลเบอร์รี่” เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ชนิดหนึ่ง ที่มีคุณค่าทางอาหาร มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว โดยผลของหม่อนเมื่อสุกได้ที่แล้วจะเป็นสีดำ มีรสชาติหวาน และถ้าเป็นสีแดงยังไม่สุกมาก จะออกรสเปรี้ยว

ปัจจุบันผลหม่อน นิยมนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ อาทิ กรดโฟลิก (Folic acid) นอกจากนี้ในผลของหม่อนยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แอนโธไชยานิน เควอซิติน ที่มีส่วนลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง ตำรับยาโบราณมีการใช้ผลหม่อนต้มบริโภคทั้งเนื้อและน้ำแก้โรคไขข้ออักเสบ ท้องผูก โลหิตจาง และขับเสมหะ เป็นต้น

ที่สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ภูพยัคฆ์ จ.น่าน ถือเป็นแหล่งปลูกหม่อนอีกแหล่งหนึ่งที่สำคัญ เนื่องจาก สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ ได้มีการส่งเสริมให้ราษฎรในพื้นที่หันมาทำการเกษตรแบบใหม่แทนการทำไร่เลื่อนลอย รวมถึงทำการเกษตรปลอดสารแบบครบวงจร ทั้งด้านการผลิต การแปรรูป

ปัจจุบันผลหม่อนสดได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น ที่สถานีฯ จะรับซื้อผลหม่อนสดจากชาวบ้าน และนำมาแปรรูปเป็นน้ำหม่อนเข้มข้น โดยน้ำหม่อนที่ได้จากการผลิตจะส่งมาขายที่ร้านภูพยัคฆ์ ในตัวเมืองจังหวัดน่าน และถ้าหากใครที่สนใจจะลิ้มลองรสชาติของน้ำหม่อน ก็สามารถไปหาซื้อมาชิมกันได้ ที่ร้านโกลเด้นเพลส สาขากรุงเทพฯ อีกด้วย
Read more ...