แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขยายพันธุ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขยายพันธุ์ แสดงบทความทั้งหมด

การเสียบยอดกับต้นตอขนาดใหญ่

16.12.57





เมื่อ 16 ธ.ค.2557

การเสียบยอดกับต้นตอขนาดใหญ่ เพื่อเร่งการติดดอกของชาวสวนที่ตุรกี

เราสามารถนำมาปรับใช้กับต้นไม้ล้างรากที่จำเป็นต้องตัดยอดและส่วนปลายออกให้สะดวกในการขนส่ง เพื่อเป็นการเร่งการแตกยอดและเสริมยอดด้วย
Read more ...

การเสียบยอดกิ่งหม่อน

24.10.57
1. เตรียมกิ่งพันธุ์ดีกับต้นตอให้มีขนาดกิ่งที่ใกล้เคียงกัน

2. เฉือนกิ่งพันธุ์ดีให้เป็นรูปลิ่มยาว 1 ข้าง

3. ฝั่งตรงข้าม เฉือนกิ่งพันธุ์ดีให้เป็นรูปลิ่มสั้น 1 ข้าง

4. บากแผลตามรูป  ความยาวของแผลให้เท่ากับแผลยาวของกิ่งพันธุ์ดี

 5. บากแผลตามรูป ความยาวของแผลให้เท่ากับแผลยาวของกิ่งพันธุ์ดี

 6. นำกิ่งทั้งสองมาทาบกัน โดยที่ให้เปลือกของกิ่งทั้งคู่ แนบติดกันทางด้านใดด้านนึง

 7. พันเทปหรือใช้เชือกฟางมัดกิ่งทั้งสองให้แน่น


8. นำถุงพลาสติกคลุม เพื่อลดอัตราการคายน้ำค่ะ เจาะรูนิดนึงเพื่อระบายความร้อนด้วย


หัวใจสำคัญของการเสียบกิ่งมีดังนี้
- แผลที่ปาดต้องเรียบไม่ช้ำ
- แผลต้องสะอาดและทำอย่างรวดเร็ว
- แผลที่ต้นตอและกิ่งพันธุ์ดี จะต้องแนบสนิท เวลาพันผ้าพลาสติกแล้วต้องแนบสนิทไม่เห็นช่องว่าง
- การเสียบกิ่ง ต้องให้เปลือกข้างนึงของต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีแนบสนิทกัน ส่วนเปลือกอีกข้างเหลื่อมกันได้ เน้นข้างใดข้างนึง
- ผ้าเทป พันจากล่างขึ้นบน เพื่อป้องกันน้ำเข้า แต่ถ้าไม่มี สามารถใช้เชือกฟางแทนได้แล้วก็ใช้ถุงครอบกิ่งพันธุ์ดีเอาไว้ เพื่อลดอัตราการคายน้ำ กิ่งพันธุ์ดีจะฟื้นตัวได้เร็ว
- ทุกครั้งที่ทำ ไม่ใช่ว่าจะเสียบติดทุกกิ่งนะคะ ต้องมีองค์ประกอบหลายอย่าง นอกจากฝีมือแล้ว ก็ยังมีสภาพภูมิอากาศ ความแข็งแรงของต้นตอและกิ่งพันธุ์เป็นตัวแปรสำคัญเหมือนกัน


ที่มา บ้านสวนหม่อนน้อย เกษตรพึ่งพาตัวเอง
Read more ...

การขยายพันธุ์เบญจมาศ

15.6.57
การขยายพันธุ์ (propagation)

เบญจมาศสามารถจะขยายพันธุ์ได้หลายวิธีด้วยกันคือ โดยการใช้เมล็ด(seeds) ใช้กิ่งปักชำ (cuttings) การแยกหน่อ (divisions) และการต่อกิ่ง (grafting) แต่การต่อกิ่งไม่นิยมทำ จะทำก็ต่อเมื่อต้องการโชว์เท่านั้น ทั้งนี้เพราะทำได้ช้าเสียเวลาและสิ้นเปลืองแรงงานโดยใช่เหตุ การขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดก็เช่นเดียวกันไม่นิยมทำจะใช้วิธีการนี้เมื่อผสมพันธุ์เพื่อให้ได้ พันธุ์ใหม่เท่านั้น จึงกล่าวได้ว่ามีการขยายพันธุ์เบญจมาศที่นิยมทำกันอยู่เพียง 2 วิธีเท่านั้น

1. การใช้กิ่งปักชำ (cuttings) เรานิยม ter­minal cutting คือใช้ส่วนยอดของกิ่ง (shoot) ไปปักชำเป็นส่วนใหญ่ กิ่งที่เหมาะสำหรับการนี้ควรจะเป็นกิ่งที่อยู่ส่วนล่างหรืออยู่ส่วนโคนของพุ่มต้นมากกว่ากิ่งที่อยู่ส่วนบน ทั้งนี้เพราะกิ่งส่วนที่อยู่ส่วนล่างหรือโคนต้นนั้น ส่วนมากเป็นกิ่งที่มีตาใบมากกว่าตาดอก เมื่อนำไปปักชำ จึงทำให้ออกรากง่ายได้กิ่งชำที่สมบูรณ์กว่า อีกประการหนึ่งควรจะเลือกสรรกิ่งที่ได้จากต้นที่ปราศจากเชื้อโรค ทั้งนี้เพราะโรคบางชนิดที่ เกิ่ดขึ้นกับเบญจมาศสามารถถ่ายทอดไปในที่ต่าง ๆ ได้โดยติดไปกับกิ่งปักชำ และควรจะเลือกจากต้นที่มีลักษณะดีเด่น ต้นมีสภาพสมบูรณ์ปราศจากโรคและแมลงรบกวน

ในต่างประเทศจะมีเนิสเชอรี่ที่ทำกิ่งปักชำเบญจมาศขายโดยเฉพาะผู้ปลูกจะสามารถเลือกซื้อกิ่งชำจากเนิสเชอรี่ต่าง ๆ ได้ตามใจชอบ และมักจะเลือกซื้อจากเนิสเซอรี่ที่เชื่อถือได้เท่านั้น ส่วนในประเทศไทยเรายังไม่มีบริการอันนี้ แต่ถ้าเราจำเป็นจะต้องขยายพันธุ์เบญจมาศด้วยกิ่งปักชำแล้วก็สามารถจะทำได้ แต่จะต้องมีวิธีการทำที่ถูกต้องจึงจะบรรลุผลตามเป้าหมาย

วัสดุที่ใช้ปักชำควรจะปราศจากเชื้อโรค มีความชุ่มชื้นพอเหมาะ จากการทดลองพบว่าทรายสะอาดผสมกับขี้เถ้าแกลบ หรือทรายสะอาด ผสมกับปุ๋ยมะพร้าวในอัตราส่วน 1 : 1 เหมาะที่สุด ระยะเวลาที่ใช้ในการปักชำ ช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับพันธุ์ (10-30 วัน) การใช้แนบทาลีนอซีติคแอซิด (NAA) ผสมกับอินโคลบิวทีริคแอซิด (IBA) ความเข้มข้น 5,000 ppm. จะทำให้กิ่งชำเบญจมาศออกรากเร็วขึ้น

2. การแยกหน่อ เบญจมาศบางพันธุ์สามารถ แตกหน่อได้ดีมาก โดยเฉพาะพันธุ์เบญจมาศที่สั่งมาจากญี่ปุ่น คือหลังจากให้ดอกแล้ว ต้นจะแตกกอมีหน่อมาเป็นจำนวนมาก จากการศึกษาพบว่าเบญจมาศที่ปลูกไป 1 ต้น จะให้จำนวนหน่อโดยเฉลี่ยประมาณ 10 หน่อ แต่ละหน่อจะมีรากติดอยู่ด้วย เมื่อแยกเอาหน่อเหล่านี้ไปปลูก จะได้ต้นที่แข็งแรง มีการเจริญเติบโตดีกว่าการ ปลูกโดยใช้กิ่งปักชำ

การปรับปรุงคุณภาพเบญจมาศ

1. ลดจำนวนดอกต่อต้นให้เหลือเพียงดอกเดียว อาหารที่สร้างและสะสมมาจะถูกส่งไปเลี้ยงดอกยอดหมด จึงทำให้คุณภาพดอกดี ดอกมีขนาดใหญ่ ก้านดอกยาว และแข็งแรง

2. เพิ่มปริมาณต้นให้มากขึ้น ตามปกติที่มีการเด็ดยอดเบญจมาศ มักใช้ระยะปลูก 6X8 นิ้ว หรือ 8X 8 นิ้ว เพื่อที่จะเว้นระยะให้ต้นเบญจมาศแตกพุ่มได้โดยสะดวก ในเนื้อที่ 1 ตารางเมตร ปลูกเบญจมาศได้ 36 ต้นๆละ 5 ดอก ได้จำนวนดอก 180 ดอก แต่ถ้าเราปลูกแบบไม่มีการเด็ดยอด จากการทดลองพบว่าระยะปลูกใช้เพียง 4X4 นิ้ว ในเนื้อที่ 1 ตารางเมตร ปลูกได้ 100 ต้นๆ ละ 1 ดอก ได้จำนวนดอก 100 ดอก การปลูกแบบนี้ให้ผลผลิตต่ำกว่า 45% แต่ขายได้ราคากว่าเท่าตัว และต้นทุนในการผลิตต่ำกว่าแบบเด็ดยอด ทำให้ได้กำไรมากกว่า

3. ผลิตดอกข้างดอกให้ทันเวลา ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป ไม่ควรให้หน่อเจริญเติบโตในแปลงต่อไป จนให้ดอกชุดต่อ ๆ ไป ทั้งนี้เพราะดินในแปลงเดิมเริ่มแน่นไม่ฟูเหมือนเดิม อันเนื่องจากการเหยียบย่ำเข้าไปทำงานในแปลงอยู่ตลอดเวลา อาหารและอากาศในดินมีไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของราก การที่มีหน่อใหม่เกิดขึ้นมาใหม่ เป็นจำนวนมากประมาณ 10 เท่าของจำนวนต้นเดิม ทำให้การแก่งแย่งในการหาอาหารและแสงแดดมีมากขึ้น ดอกที่รอดมาจึงไม่ได้คุณภาพ

5. ควรรื้อแปลงปลูกทันที หลังจากตัดดอกหมด แล้วและนำหน่อที่ได้ไปปลูกในแปลงใหม่ต่อไป

6. หน่อที่นำไปปลูกในแปลงใหม่ควรจะคัดเลือก ให้มีขนาดและความสมบูรณ์เสมอกัน  เพื่อสะดวกในการปฏิบัติงานที่เป็นไปพร้อม ๆ กัน

pH ของดินที่เหมาะอยู่ระหว่าง 6.0-7.0 ถ้าเป็นกรดมากเกินไปจะทำให้เบญจมาศชะงักการเจริญเติบโต ต้นแคระแกร็น ส่วนยอดและด้านหลังใบจะเหลือง แสดงอาการ Chlorosis ถ้าดินเป็นด่างมากเกินไปจะทำให้ต้นพืชขาด ธาตุเหล็ก อาการที่แสดงออกมาก็คือใบเหลืองเช่นกัน ดินที่ใช้ปลูกเบญจมาศ ควรจะเป็นดินร่วนซุย มีอินทรีย์วัตถุมากคือประมาณ 1/3 – 1/4 ของปริมาตรดินที่ใช้ปลูก ปุ๋ยอินทรีย์ของกทม. เบอร์ 902 ควรจะใช้ได้ผลดีในการผสมกับดินที่ ใช้ปลูก นอกจากนี้ดินควรจะมีการระบายน้ำดี

7. การปลูกใหม่แต่ละครั้งไม่ควรจะปลูกซ้ำแปลงเดิม ควรจะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนการปลูกเบญจมาศกับพืชอื่นที่มีอายุใกล้เคียงกัน ปัญหาเรื่องโรคแมลงอันมีสาเหตุมาจากการปลูกซ้ำที่หรือซ้ำพืชจึงหมดไป

8. ควรจะมีโปรแกรมการให้ปุ๋ยที่แน่นอน เป็นที่ทราบแล้วว่าไม้ดอกส่วนมากมีอายุสั้น ปลูกไปไม่นานก็มีดอก โดยเฉพาะเบญจมาศซึ่งมีแนวโน้มที่จะบานดอกอยู่แล้ว ถ้าไม่มีโปรแกรมการให้ปุ๋ยที่แน่นอนและทันเวลา จะทำให้ดอกที่ได้มีขนาดเล็กไม่ได้คุณภาพ ฉะนั้นหลังจากปลูกเบญจมาศแล้วรอให้ต้นตั้งตัวได้ และเริ่มแตกรากใหม่ ควรจะให้ปุ๋ยทันที ควรจะเป็นปุ๋ยผสม ปุ๋ยที่ให้ในระยะ 2 เดือนแรกนี้จะต้องมีธาตุไนโตรเจนสูง อัตราส่วนของปุ๋ยควรจะเป็น 3:2:1: ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้การเจริญทางต้น หลังจากปลูกไปแล้ว 2 เดือน ควรจะเปลี่ยนปุ๋ยสูตรใหม่ให้มีไนโตรเจนต่ำลง มีฟอสฟอรัสเพิ่มขึ้น อัตราส่วนปุ๋ยในระยะนี้ควรจะเป็น 1:2:1 จนกว่าจะเก็บเกี่ยว การให้ปุ๋ยให้ทุก 7 วัน

9. มีโปรแกรมการฉีดยาป้องก้นโรคและแมลง ไว้ล่วงหน้าเป็นประจำอาทิตย์ละครั้ง ตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงเก็บเกี่ยว ควรมีตารางการฉีดยาเป็นประจำ เช่น มีการฉีดยาฆ่าแมลงทุกวันจันทร์ ฉีดยากันราทุกวันพุธ และรดปุ๋ยทุกวันศุกร์เป็นต้น การรดน้ำถ้าเป็นไปได้ควรจะรดให้เปียกเฉพาะดินปลูกเท่านั้น การรดน้ำทั้งต้นทั้งดอกจะทำให้ ต้น ใบ และดอกเปียกน้ำ ย่อมส่งเสริมให้เกิด โรคได้ง่ายและช่วยแพร่กระจายเชื้อโรคจากจุดที่เป็นโรคไปยังส่วนต่างๆ อีกด้วย ส่วนยาฆ่าแมลงนั้นควรจะเลือกยาที่สามารถจะควบคุมแมลงได้กว้างขวางฉีดป้องกันไว้ก่อน

10. ป้องกันการร่วงหล่นของกลีบล่างของดอก กลีบดอกเบญจมาศร่วงได้ง่าย ถ้าไม่ป้องกันการร่วงหล่นของกลีบอันจะเกิดขึ้น จะทำให้ดอกบางลงไปมาก ไม่ฟูสวยเท่าที่ควร ในญี่ปุ่นใช้ไม้หรือลวดขดเป็นวงกลมเป็นชั้น ๆ รองรับตรงฐานของดอกไว้ ส่วนอังกฤษใช้ถุงตาข่ายพลาสติค จะขยายตัวตามไปจนในที่สุดดอกจะถูกตัดส่งไปยังผู้ค้าไม้ดอก
Read more ...

การปักชำ

7.6.57



1. ตัดใต้ตา
2. เหลือใบอย่างต่ำ 2 ใบ กับ 1 ยอด
3. ปักลงในดินที่ชื้นและแน่น ในแก้วใส
4. ครอบด้วยถุงพลาสติก
Read more ...

การขยายพันธุ์ลีลาวดีด้วยวิธีคว่ำตา

10.5.57
 http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2012/02/J11725438/J11725438.html

เป็นเรื่องที่เคยเขียนไว้นานแล้วครับ ขอเอามาเผยแพร่ไว้เผื่อมีใครที่สนใจจะหาอาชีพเสรอมจากต้นไม้ในบ้านครับ.... การคว่ำตาเป็นเทคนิคการขยายพันธุ์ลีลาวดีที่มืออาชีพนิยมใช้กันมากที่สุด เพราะสามารถทำจำนวนไม้แม่พันธุ์ได้เย๊อะแม้ว่ากิ่งพันธุ์ดีจะมีน้อยมากก็ตาม

โดยเริ่มจากนำกิ่งพันธุ์ดีที่เตรียมไว้มาเฉือนส่วนที่เป็นตาใบให้เป็นรูปลิ่มตัวV.... แกะตาที่เฉือนไว้ออกมาพักไว้ ระวังอย่าให้ตกพื้นหรือเปื้อนเศษดินเพราะอาจทำให้เน่าได้.... (หากเปื้อนให้ใช้น้ำยางของลีลาวดีล้างออก)

นำต้นตอชำหรือเพาะเมล็ดที่เตรียมไว้มาตัดยอดออก สังเกตุแกนกลางของต้นตออย่าให้แก่จนมีกะลาแข็งภายใน และอย่าให้ขาดน้ำจนเนื้อในพรุน เพราะจะทำให้การคว่ำตาไม่ประสบผลสำเร็จ..

บากต้นตอให้เป็นรูปตัวV กะขนาดให้ใกล้เคียงกับชิ้นตาที่เตรียมไว้....

นำชิ้นตาที่เตรียมไว่มาเสียบลงไปบนต้นตอ ถ้ามีน้ำยางออกมามากให้ซับออก...

ตัดแต่งส่วนเกินของต้นตอออกเพื่อให้ง่ายในการพันเทป....

ใช้เทปสำหรับงานติดตาดึงรั้งให้ชิ้นตาติดกับต้นตอ ให้รอยแผลสนิทเสมอกัน....

พันเทปโดยรอบให้แน่น แล้วพักไว้ในที่ร่ม และอย่าให้โดนน้ำ....

ซัก10 วัน ตาที่เสียบไว้จะเริ่มปูดออกมา ให้แกะพลาสติกออก ไม่นานก็จะได้ยอดใหม่เพื่อนำไปเนแม่พันธุ์สำหรับเปลี่ยนยอดต่อไปครับ.....

การคว่ำตาทำเพื่อขยายพันธุ์ลีลาวดีสายพันธุ์ดีให้ได้มากๆครับ เช่นต้นตอเราเป็นพันธุ์ที่มีสีขาวดอกไม่ดก ไม่สวย เราอยากได้สีม่วงช่อใหญ่ๆ และอยากได้จำนวนมากๆ แทนที่เราจะเอายอดสีม่วงมาเสียบตอเลย(ได้แค่1ต้น) เราก็เอามาเสียบตาซะ แจจะได้เน10ตา นั่นก็หมายความว่าเราได้ต้นที่มีดอกสีม่วงขึ้นมาอีก10ต้นเลย....

และที่สำคัญการเสียบตาก็ยังนิยมใช้เพื่อคัดลายบนใบของลีลาวดีด่างด้วยครับ เพราะแต่ละตาของลีลาวดีด่าง จะมีเชื้อด่างที่มาก น้อยไม่เท่ากัน ถ้าเราเสียบตาจากกิ่งเดียวกันซัก10ตาอาจได้กิ่งยอดใหม่ที่เขียว ที่ด่างสวย หรือด่างจนไม่เขียว คละๆกันไป
Read more ...

เกษตรน่ารู้ : การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเสียบยอด

1.1.57
โดยช่อง 7 เมื่อ 20 ธ.ค.255

การขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีการเสียบยอด เกษตรกรมักจะใช้เชือกฟาง หรือผ้าพลาสติกพันให้รอยแผลติดสนิท ถึงแม้วัสดุดังกล่าวจะหาซื้อได้ง่ายและมีราคาถูก แต่มีความยืดหยุ่นน้อย หากเกษตรกรขยายพันธุ์พืชด้วยวิธีนี้ครั้งละมากๆ จะเสียเวลาและต้องจ้างแรงงานเพิ่มสำหรับแกะพลาสติกออกหลังจากรอยแผลที่เสียบยอดไว้ผสานกัน และเริ่มมียอดใหม่แตกออกมา

อาจารย์จากสาขาไม้ผล คณะผลิตกรรมการเกษตร แนะนำให้ใช้วัสดุที่ทำจาก "พาราฟิน" ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงกว่า และช่วยให้ยอดของต้นพืชสามารถแตกออกมาได้ ที่สำคัญวัสดุนี้สลายตัวได้เองตามธรรมชาติภายใน 3 เดือน นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสียหายจากปัญหายอดช้ำจากการแกะพลาสติกออก ถึงแม้วัสดุจากพาราฟินจะมีราคาสูงกว่าพลาสติก แต่เกษตรกรก็ไม่ต้องเสียค่าจ้างแรงงานเพิ่ม

ข้อมูลเพิ่มเติม : อ.ชินพันธ์ ธนารุจ สาขาไม้ผล คณะผลิตกรรมการเกษตร ม.แม่โจ้
 
Read more ...